ผู้เขียน หัวข้อ: แนวทางซื้อโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับธุรกิจของคุณ  (อ่าน 21 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2018, 05:39:31 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3028
    • ดูรายละเอียด

ปัจจุบันนี้ SME หลายกิจการต่างสรรหาแนวทางที่จะสร้างศักยภาพในธุรกิจและประหยัดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงที่สุด พอให้สามารถขับเคี่ยวและอยู่รอดในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นในเวลานี้ การเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยประหยัดต้นทุน แต่กระนั้นซอฟแวร์มีมากมายหลายตัวแทน จะซื้ออย่างใดจึงจะคุ้มค่ากับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้ช่องข้อควรตระหนักเพื่อเป็นวิธีให้ท่านตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับร้านค้าของท่าน ดังนี้ครับ

1.ประเภทอุตสาหกรรม
บริษัทของท่านอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านค้าขายย่อย โรงงานผลิต หรือธุรกิจทางด้านงานบริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการบันทึกบัญชีที่ไม่เหมือนกัน ขณะเดียวกันนักพัฒนาซอฟแวร์จะพัฒนาโปรแกรมบัญชีให้ลงตัวกับแต่ละชนิดธุรกิจ อย่างไรก็ดี โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ดีกับอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภทเหมือนกัน แต่ถ้าคุณต้องการโปรแกรมบัญชีที่มีฟังก์ชั่นเหมาะสมกับธุรกิจท่าน หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมบางแบบ เช่น บริษัทก่อสร้าง โรงงานผลิต และกิจการโลจิสติก ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับกิจการท่านจะดีกว่า
2.ขนาด บริษัท
รายละเอียดปลีกย่อยของการบันทึกบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของ กิจการ คุณเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ กิจการที่มียอดจำหน่าย 1 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าธุรกิจมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อนทางบัญชีเพิ่มขึ้น โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับระบบได้ เพราะฉะนั้นควร ซื้อให้เข้ากับขนาด และสามารถที่จะอัพเกรดวางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วย
3.ความต้องการในการใช้งาน
ก่อนการ เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรตั้งคำถามว่ามีฟังก์ชั่นหรือโมดูลอะไรที่ธุรกิจคุณจำเป็นต้องใช้งาน ควรลิสความต้องการ คุณลักษณะ หรือรูปแบบที่อยากได้เป็นหัวข้อเสียก่อน บางร้านค้าอาจจะต้องการการเข้าถึงที่ไม่ยาก หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่บริษัทอื่นอาจจะต้องการอินเตอร์เฟสในการจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือมีฟังก์ชั่นบริหารสินค้าคงเหลือ หรือสร้างดัดแปลงใบอินวอยซ์ เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และลงตัวกับธุรกิจคุณ อย่าจ่ายเงินให้กับออฟชั่นที่ไม่ได้ใช้งาน
4.การดูแลและให้คำปรึกษา
ในเวลาที่ท่านมีอุปสรรคใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทตัวแทนสามารถให้บริการให้คำปรึกษา ขจัดปัญหาได้ได้ดีเพียงใด ติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาหรือไม่ น่าเชื่อถือหรือไม่ มีศูนย์ดูแลในพื้นที่หรือไม่ และที่สำคัญบริษัทพวกนั้น มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บัญชี คอยให้คำปรึกษาคุณหรือไม่ โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถ research จากอินเตอร์เน็ต หรือซักถามกิจการที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
5.งบในการซื้อ
งบในการซื้อจะเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างสำคัญต่อการ ตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีแบบเบสิคจะมีมูลค่าที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าคุณต้องการโปรแกรมบัญชีรูปแบบเฉพาะที่ดีไซน์ฟังก์ชันการใช้พิเศษ คุณต้องจ่ายแพงกว่าเสมอ และก่อนจะตกลงใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าออกมาเป็นตัวเลข เพื่อให้แน่ใจว่าท่านไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินจริง หรือไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน
6.โปรแกรมบัญชีบริษัทตัวแทนให้ทดลงใช้ฟรีหรือไม่
จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากถ้าคุณสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อจริง เพราะจะทำให้รู้แง่มุมต่างๆ ทั้งเรื่องความสะดวกในรูปแบบต่างๆ ปัญหาที่พบ การใช้งานฟังก์ชันระบบต่างๆ เหมาะสมหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อน ตัดสินใจเลือกซื้อไต่ถามกับตัวแทนว่ามีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะจะเปิดให้ลูกค้าลองใช้ได้ 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ในที่สุดแล้วควรสืบถามธุรกิจอื่นๆ ที่ท่านรู้จักเกี่ยวข้องโปรแกรมบัญชีที่อยู่ในความสนใจ อย่างน้อย 3 ที่ ควรไถ่ถามเรื่องอุปสรรคการใช้งาน พบปัญหาอะไรหรือไม่ สิ่งที่ควรจะปรับปรุง หรือการบริการซับพอร์ทของบริษัทซอฟแวร์น่าประทับใจหรือไม่ ยิ่งไปกว่านี้หากเป็นไปได้ควรซื้อโปรแกรมบัญชีที่เป็นที่นิยม มีธุรกิจใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า

ที่มา : http://peakenginaccountonline.bravesites.com/entries/โปรแกรมบัญชี-peakengine/849737-2

Tags : โปรแกรมบัญชี,โปรแกรมบัญชีออนไลน์,โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี