ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 วิธีสำรวจประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 24, 2018, 06:57:07 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1199
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 วิธีวิเคราะห์ประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องมือสำหรับใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าจัดจำหน่ายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้ารวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความไม่เหมือนกันด้วย หากว่าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แม้กระนั้นหากพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ราคา ที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องประสบกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาสูง ต่างก็มีทั้งยังคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี แล้วก็ปัญหาในตนเองปะปนไป ด้วยเหตุดังกล่าว เราจึงจำต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การพิจารณาประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำเป็น 6 แนวทางดังนี้
1. วิเคราะห์ความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถสำรวจด้วยตนเองได้ รวมทั้งควรจะเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องด้วยสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงรวมทั้งความอ่อนแตกต่างกัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกมักจะมีสายออกจะแข็ง ขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อเสนอแนะคือ ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน ด้วยเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อเรื่อง ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เพราะเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อเอาไปใช้งานเสมอๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ไม่ยากสาย audio cableที่เยี่ยมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกให้ขาด แม้เราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. สำรวจสิ่งของที่ใช้เพื่อทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับเพื่อการทำหัวสาย อาทิเช่น ทองบรอนซ์ รวมทั้งอลูมิเนียม ขอชี้แนะว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีมากยิ่งกว่า เนื่องจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดียิ่งไปกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยพบปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ในตอนที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าหากทิ่มไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง แก่การใช้แรงงานนาน ไม่ค่อยเจอปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดรอย ตอนที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจำต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง ถ้าหากไม่ทะนุถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. พิจารณาการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหงุดหงิดบ และหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมได้ ต้องทิ้งอย่างเดียว ฉะนั้นสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราก็เลยจำต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. สำรวจความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเท่าใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เพราะว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับเพื่อการทิ่มกับเครื่องมือต่างๆได้โดยไม่เกิดการคลอนหรือหละหลวม ทั้งยังแทงได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหงุดหงิดบสั้นเหลือเกิน จะไม่อาจจะทิ่มกับเครื่องมือได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นพักๆต้องรอพยุงไว้ ส่วนถ้าโลหะที่หัวเสียบมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือจะทำให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจทำให้สายมีการหักได้
5. วิเคราะห์ความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยเท่าใด ข้อนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลต่อคุณภาพการใช้งานโดยตรง แต่ก็สำคัญ ด้วยเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินไปกระทั่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเหลือเกินกระทั่งเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของเราว่าเป็นยังไง ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็ควรจะมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. สำรวจแบรนด์ของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็จัดว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะมักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มิได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable